หนักเกินไปแล้ว - ใหม่ เจริญปุระ
 
+++ 
 
 
It's so heavy to carry.....
 
 
 
 
 
 
 
+++ 
 
คำสารภาพ ของคนทำกิจกรรม
 
ตั้งแต่ผมทำกิจกรรมระหว่างเรียนมา ตั้งแต่ม.ต้น จนมาถึงปี 3
ผมได้เจอคนอื่นๆ มากมาย
ได้รู้จัก เพื่อน พี่ น้อง ซึ่งมันทำให้ทุกอย่างในชีวิตของผมดีขึ้น
ผมมีความสุข
 
แต่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม
มันก็ย่อมมีปัญหา
ซึ่งแต่ละปัญหา ก็ย่อมมีทางแก้ไข
 
ตอนผมเป็นประธานนักเรียน ตอน ม.5 เมื่อประมาณ เกือบ 4 ปีที่แล้ว
ปัญหาเกิดจากคณะกรรมการบ้างหล่ะ อาจารย์บ้างหล่ะ
แก้ได้บ้าง แก้ไม่ได้บ้าง
ถ้าเจอสิ่งที่มันแก้ไม่ได้ เช่น ตัวนิสัยของคนทำงานด้วยกัน
สันดานของเขา
สิ่งที่จะแก้ได้ คือ ตัวเราเอง
คือยอมรับผลที่ตามมา
 
เมื่อผมได้เข้ามาในมหาวิทยาลัย
 มหาวิทยาลัย ที่เขาเรียกว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ
หวังไว้ ว่าทุกอย่าง จะเป็นไปตามที่ฝัน
สังคม จะเป็นไปตามที่ผมคาดคิดไว้
แต่มันก็ไม่ใช่
 
ไม่ได้จะโทษ เพราะกิจกรรมที่ผมได้ทำหรอกน่ะ
แต่เพราะตัวกิจกรรม มันสอนให้คน ต้องการสิ่งที่มันเป็นนามธรรม
สอนสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น ในจิตใจของคนที่เป็นนิสิตปี1
ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนด
มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก
เพราะเรื่องแบบนี้ ต้องใช้เวลา ต้องใช้การปลูกฝังที่มีระยะเวลา
ไม่ใช่แค่ภายในเวลาเดือนเดียว
 
วิธีแก้ปัญหาของผมในตอนนั้น ก็ได้แต่ไหลไปตามน้ำ
เพื่อให้มันจบๆ ไป จะได้ไม่ต้องบานปลาย
เพราะด้วยความรู้สึกถึงอำนาจที่สูงกว่า
เป็นกำแพง ที่สูงเกินกว่าจะคุยกันได้
ผมตั้งคำถามในใจ
"คนที่มีความรุ้ ก็ต้องคุยกันได้ ไม่ใช่หรอ ?"
 
ด้วยคำแก้ตัวที่ว่า เวลาออกไปทำงาน ก็ไปเจอสถานการณ์แบบนี้
ไปเจอคนโน้น คนนี้ ที่แย่กว่านี้
คำถามอีกคำถามคือ
"มันแย่ขนาดนี้เลยหรอ ??"
"มันไร้เหตุผลขนาดนี้เลยหรอ ??"
 เวลาที่เราำทำกิจกรรมที่ผ่านมา
ไปที่สหประชาชาติ
โน่นนี่
มันไม่แย่ขนาดนี้นี่
 
วันเวลาผ่านไป
ด้วยความที่ผม เป็นคนที่มีความมั่นใจ หรืออะไรก็แล้วแต่
เพื่อน กลับโยนภาระ ให้ผม ต้องมาทำสิ่งที่้เขาทำสืบต่อกันมา
ด้วยคำ "สอน" ของอำนาจเบื้องบน ทำให้ผม มองสิ่งที่ผมทำ
คือการ"สอน" 
และการ "สอน" คือต้องมี "เหตุผล"
 คำอื่นที่เขาสอนมา ผมแทบจะไม่ได้ฟัง
จุดยืนของผม คือ มาเพื่อ "สอน"
เพื่อให้เขาได้ซึมซับ วัฒนธรรม "ที่ดีงาม" ที่สังคม ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มี
ไม่ใช่ วััฒนธรรม "ที่เลวทราม" ที่สังคม ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มี
 
 เมื่อปีที่แล้ว ที่ผมต้องรับหน้าที่นั้น
ด้วยระยะเวลาที่จำกัด
ทำให้ผลที่ออกมา ไม่เป็นที่พอใจสำหรับทุกคนมากซักเท่าไร
ทำให้ "อำนาจ" เบื้องบน สั่งให้ทำนอกเหนือจากแผน
โดยการเพิ่มวันกิจกรรมเข้าไป
เพื่อหวังว่าจะสำเร็จตามแผน
โดยพยายามอ้างเหตุผล ที่ให้ทำอีกวันเพิ่มขึ้นมา โดยทีุ่ดูที่ผลลัพธ์ที่ออกมา
ว่าเขาไม่ได้
ยังไง ก็ต้องให้เขาได้
 
ในแง่ของคนที่ผ่านการทำงานมาเยอะ
เมื่อกิจกรรม มันถึงที่สิ้นสุดตามที่ได้ตกลงไว้
แม้ว่ามันจะเละยังไง
ก็ต้องให้มันจบ
 
ในแง่ของคน "สอน"
เมื่อการสอน มาถึงจุดจบ
แล้วผู้เรียน ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เรียนรู้มาได้
เมื่อปิดเทอม เขาก็ต้องปิดเทอม
ส่วนคะแนนที่ได้ อาจจะเป็น F
แต่ก็ต้องให้หมดเทอม
 
ใครจะมองอย่างไร ผมไ่ม่สน
เพราะจุดยืนของผม คือ "คนสอน"
คนสอน ต้องเข้าไปคลุกคลี กับคนเรียน
ก็จะรู้จักคนเรียน ได้อย่างดี
ว่าเขาเป็นอย่างไร 
 
ปีที่แล้ว ผมจบกิจกรรมนี้ ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
ไม่สิ ใช้คำว่า รู้สึกแย่ จะดีกว่า
ที่งานที่มีชื่อ ว่าผมเป็นคนรับผิดชอบ
กลับกลายเป็นต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจ ของอำนาจเบื้องบน
ซึ่ง ถ้าดูตามหลักความเป็นจริงแล้ว
ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้น
คนที่จะต้องรับผิดชอบ ตามเอกสาร
ก็คือผม
ไม่ใช่ "เขา"
 
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากช่วงเวลานั้น
คือ
ผมเรียนรู้ ที่จะ "ไม่ไว้ใจใคร"
เพราะคำพูดที่ว่า
"พี่ให้ต้องตัดสินใจ ว่าจะปิด หรือไม่ปิด" 
ยังหลอกหลอน อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ฝังไว้ เป็นตราบาป
ว่า คำพูด มันไม่มีน้ำหนักอะไร กับคนกลุ่มนี้
 
จนกระทั่งปีนี้
คนที่ทำกิจกรรม กลับหน้าที่ เป็นรุ่นน้อง ปี2
เหมือนกับผม ได้เห็นภาพเดิมอีกครั้ง
ผมไม่สามารถทำอะไรได้
เพราะ "อำนาจ" นี้
ยังเป็นอำนาจ ที่ไม่มีเหตุผล
ภายใต้หน้ากากของคำว่าเหตุผล
 
บวกกับ เพื่อนร่วมชั้นปี กลับมองว่าผลลัพธ์ที่ออกมา
มันแย่ยิ่่งกว่าอะไร
ไม่รู้จักยอมรับ ถึงผลที่ออกมา
อ้างกันว่า เรื่องแบบนี้ เป็นของทุกชั้นปี
แต่สิ่งที่เห็นคือ
ความเพิกเฉยของทุกชั้นปี
โดยอ้างว่าตัวเองมีภาระ
เสียมากกว่า
 
สิ่งที่ผม พอจะทำได้ คืออะไร ?
ในเมื่อผม ไม่มีอะไรอยู่ในกำมือ
เป็นห่วงน้องที่รับภาระนี้ ต่อจากผม
กลัว ว่าวงจรอุบาทว์นี้ จะยังคงอยู่
แล้วคนที่จะมารับหน้าที่ต่อ
จะพบกับ สิ่งที่เคยทำให้ผมรู้สึก "แย่"
และเสื่อมศรัทธา กับสถาบันที่เป็นนามธรรม ที่พวกเขาตั้งกัน
 
คำพูดนี้ อาจจะเป็นคำพูดเล็กๆ
ที่จะได้สะท้อนถึงมุมมอง
ของคนที่จนปัญญา
ไม่รู้ว่าจะจัดการกับวงจรอุบาทว์นี้อย่างไรดี
 
ถามว่ากิจกรรมดีไหม ผมว่าดี
ที่พี่ ได้สอนน้อง
แต่สิ่งที่มันแย่
คือคนทำ ที่บอกตัวเอง ว่ามีเหตุผล
ทั้งๆ ที่มันไม่มี
ทำให้ทุกอย่าง เละไปหมด
 
ผมพยายามจะขอ ให้ปีหน้า ยังมีกิจกรรมนี้ต่อ
แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้
"อำนาจ" ที่เหนือกว่า พวกเขา
คงไม่อนุญาติให้มีอีกแล้ว
จบไปได้ ก็ดีแล้ว
 
 
 
 
 
 
หนักเกินไปแล้ว 
 
+++
 
 
 
 
1 กรกฎาคม 2552 

Comment

Comment:

Tweet

อื้มมมม
เข้าใจแกว่ะ
สิ่งสำคัญที่เป็นสัจธรรมนั่นคือ
การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องยากกว่าสิ่งใด
เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงคนอื่นย่อมเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยยยยย
...แต่ก้อเชื่อว่าสิ่งที่เราริเริ่มและพยายามทำ
จะต้องมีคนเข้าใจและสานต่อ
ในเมื่อมานเป็นวิถีที่ดี
ร๊ากเมิงนะ
ดูแลตัวเองด้วยยยย♥

#5 By ลิง (203.130.159.6) on 2009-07-01 22:25

ลืมบอก

คิดถึง


วันนี้ไม่มีอะไรๆที่ทำร่วมกัน

แล้วดูมันเหงาๆ

#4 By ฝน.. (124.122.120.91) on 2009-07-01 20:02

โลกใบนี้ ไม่ได้มีแค่เพียงเรา

และมันยังเป็นความจริงที่ว่า โลกใบนี้ มีคนมากมาย มีที่กว้างใหญ่ มีสังคมหลากหลาย มีคนหลายประเภท

ทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้น บางที มันก็ไม่ได้ถูกใจเราไปซะหมด

พวกเราก็ผ่านประเพณีที่ว่ามา..

หนึ่งในคำขวัญทั้ง 5 ที่ว่า เคารพผู้อาวุโส ..
ก็เป็นหนึ่งในคำสอน...


ที่แม้ว่า จะไม่ถูกใจเราไปซะ ทุกเรื่องงง
เราก็ต้องฟังเค้าอยู่ดี


ปอลอ : ถ้าคนเราใจกว้างและเห็นใจกันมากกว่านี้ก็ดีเน๊อะ ..

ปอลอที่ 2 : อย่าเครียดให้มากละ ฉิ่ง .. เรื่องบางเรื่อง เวลามันก็เป็นตัวรักษาที่ดี .. ให้เวลารักษามันเถอะ

#3 By ฝน.. (124.122.120.91) on 2009-07-01 20:00

*กอด*

.
.

nothing to say more
luv you

xoxo*

#2 By Bambie* (125.24.125.10) on 2009-07-01 19:08

angry smile เห็นด้วยรุนแรงค่ะ คุณพี่

ปล. ตัวโค้ดก่อนคอมเม้นท์ (Captcha) คือคำว่า "heavy" 5555

ช่าง บังเอิญ

#1 By Ferng c",) (58.9.201.201) on 2009-07-01 18:43