@ 272 - - John Mayor - Waiting on the world to change

posted on 11 Apr 2009 22:36 by pa-tong in Life


 
+++
 
 me and all my friends 
we're all misunderstood 
they say we stand for nothing and 
there's no way we ever could 
now we see everything that's going wrong 
with the world and those who lead it 
we just feel like we don't have the means 
to rise above and beat it 

so we keep waiting 
waiting on the world to change 
we keep on waiting 
waiting on the world to change 

it's hard to beat the system 
when we're standing at a distance 
so we keep waiting 
waiting on the world to change 
now if we had the power 
to bring our neighbors home from war 
they would have never missed a Christmas 
no more ribbons on their door 
and when you trust your television 
what you get is what you got 
cause when they own the information, oh 
they can bend it all they want 

that's why we're waiting 
waiting on the world to change 
we keep on waiting 
waiting on the world to change 

it's not that we don't care, 
we just know that the fight ain't fair 
so we keep on waiting 
waiting on the world to change 

and we're still waiting 
waiting on the world to change 
we keep on waiting waiting on the world to change 
one day our generation 
is gonna rule the population 
so we keep on waiting 
waiting on the world to change 

we keep on waiting 
waiting on the world to change

ผม และเพื่อนๆ ทุกคน
เราต่างเข้าใจกันผิดหมดทุกอย่าง
เขาบอกกันว่า เราทำไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปทั้งนั้น
เขาบอกกันว่า พวกเรา ทำมันไม่ได้หรอก
แต่ตอนนี้ เราได้เห็นว่าทุกอย่าง มันผิดที่ผิดทาง 
กับโลกใบนี้ และคนที่นำเราไป
เราแค่รู้สึกว่า เราไม่มีความตั้งใจ ที่จะลุกขึ้น และต่อสู้กับมัน

ดังนั้น เราเลยนั่งรอ (นั่งรอ)
นั่งรอให้โลกมันถึงการเปลี่ยนแปลง
เราก็นั่งรอ (นั่งรอ)
รอให้โลกมันเปลี่ยนไป

มันยากน่ะ ที่จะทำลายระบบต่างๆ ของสังคม
ในเมื่อเรายืนอยู่ไกลเกินไปที่จะทำมันได้
ดังนั้น เราก็นั่งรอมันไป
รอให้โลกมันเปลี่ยนแปลง
แต่นี้ ถ้าเรามีพลังมากพอ ที่จะพาคนรอบข้างออกมาจากสงคราม
เขาก็จะไม่พลาดวันคริสมาส อันแสนสุข
แล้วก็จะไม่มีป้ายไว้อาลัย อยู่ที่หน้าบ้าน
แล้วเมื่อคุณเชื่อในสิ่งรอบข้าง สิ่งที่คุณได้ ก็คือสิ่งที่คุณรับ
เพราะว่า พวกเขามีข้อมูลอยู่ในกำมือนี่ 
เขาสามารถบิดเบือนมันได้ทุกเมื่อ

นี่แหละ คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงต้องรอ 
รอให้โลกมันเปลี่ยนแปลง
เราเลยต้องรอ
รอให้โลกมันเปลี่ยนไป

ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้สนใจน่ะ
เราแค่รู้ว่าสู้ไป มันก็ไม่ดีขึ้นมาหรอก
เราเลยนั่งรอ
รอให้โลกมันเปลี่ยนแปลง

และเราก็ยังคงนั่งรอ
รอให้โลกเปลี่ยนแปลง
ซักวันหนึ่ง รุ่นของพวกเรา ก็ต้องขึ้นมานำคนทุกคน
ดังนั้น เราก็นั่งรอ 
รอให้โลกมันเปลี่ยนแปลง

+++

ตอนแรก ฟังเพลงนี้ ไม่ได้ตั้งใจ ว่าความหมายจะแอบเหมือนกับสถานการณ์ของเราตอนนี้


แต่เราก็ได้แค่นั่งรอ

นั่งรอ

รอให้โลกมันเปลี่ยนไป

+++

ที่ไม่ได้อัพนาน เพราะไปให้เวลากับตัุวเองมาครับ

ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เริ่มที่จะทำงาน เริ่มที่จะโตขึ้น

รู้จักเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น เห็นสันดานคนอื่นมากขึ้น

และนั่งฟังแต่เพลงแนวๆ นี้

เพราะรู้ว่า ตอนนี้ เราก็ทำอะไรให้กับสังคมได้ไม่มากเท่าไร ในเมื่อทุกคนต่างเป็นแบบนี้กันหมด

ทำในบทบาทของเรา ที่เรามีเป็นพอ

ตอนนี้ ผมกำลังพยายามจะทำบล๊อกที่เกี่ยวกับการศึกษาครับ

อยากจะอัพเพลง แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วจะยกไวยากรณ์หลักๆ ในเพลงนั้น มาอธิบาย ให้เข้าใจกัน

ใครพอมีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ เพลง หนัง หรืออะไรเรื่องนี้ ช่วยทีครับ ว่าจะทำยังไง ถึงจะถูกกฎหมาย เพราะผมไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย

อยากจะทำอะไรซักอย่าง ให้กับนักเรียน ที่ผมได้สอนอยู่ ที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งด้วย

หวังว่ามันคงจะได้ผลน่ะ
















ทำงานแล้วแอบเหนื่อยมากมายครับ  ซัมเมอร์ เขาหยุดกัน เราก็ทำงาน หาเงินมาหมุน เก็บเงินให้กับอนาคตตัวเอง

ใครๆ ก็ชม ใครๆ ก็ชอบ แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้ ก็เอาเข้าแย่เหมือนกันน่ะ 

เอาเป็นว่า ผมอยากเป็นคนในอุดมคติ ที่ผมอยากจะเป็นแบบนี้ไว้ อยากจะเก่ง อยากมีเงิน อยากเป็นคนที่สามารถแบ่งสิ่งที่ตนเองมีให้กับสังคม 

แต่ก็อยากเป็นคน



อีกสิ่งหนึ่ง ที่รู้สึกว่า มันมีค่ากับตัวเองมากๆ ตอนนี้ คือ เวลา ครับ

เป็นสิ่งที่หมุนไปเร็ว เวลาที่เรามีความสุข และผ่านไปอย่างช้า เมื่อเราเจ็บปวด

แต่ทั้งหมดทั้งมวล เวลาที่ผ่านมา ใกล้จะถึงช่วงปีที่ 20 ของผม

ทำให้พบว่า เวลา มันผ่านไปเร็วเกินไป

ผมยังไม่เคยมีเวลาที่มีความสุขแบบที่คนอื่นเขามีกันเลย 

ไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ได้สวีทกับคนรัก หรือทำอะไรอย่างไร้จุดหมายบ้าง

มัวแต่ใช้ชีวิต อยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ออกไปสู้แดด สู้ลม

แต่เอาเป็นว่า มันผ่านไปแล้ว และเราก็จะเริ่มวันใหม่ ทุกๆ วัน




บล๊อกนี้ ผมอัพแต่ เรื่องราวส่วนตัวของผม ที่ผ่านมา และผ่านไป 

ตั้งแต่ ตอนผมอยู่ ม.4 จนตอนนี้ จะขึ้นปี 3

อายุ 15 จน จะอายุ 20

นับว่าเร็วพอควรเลยหล่ะครับ

นั่งอ่านหน้าเก่าๆ ไป ก็หัวเราะไป ว่าเราทำไปได้ไง

แต่เราก็โตมาได้










แล้วคุณหล่ะครับ 

นั่งมองตัวเอง เมื่อหลายปีที่แล้ว คุณรู้สึกอย่างไร

คุณจะหัวเราะ กับสิ่งที่คุณได้ทำไป

หรือว่าคุณจะเสียใจ กับ สิ่งที่ผ่านไปครับ ???


+++

ปล. ขอแปะ บล๊อกที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลงนี้ไว้แล้วกันน่ะครับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=waidhaya&month=02-2008&date=15&group=16&gblog=7

Comment

Comment:

Tweet

แอบจำได้ว่าพี่ป๋าต้องอยากเป็นครู
ตอนนี้ก็สมหวังแล้ว
ดีใจค่ะ ที่ได้เห็นความสำเร็จ
เวลาก็หมุนไปเรื่อยๆ
แต่สำหรับพี่ไม่ได้ปล่อยให้หมุนไปอย่างเสียเปล่า
เห็นแบบนี้แล้วนับถือพี่จังเลยอะ big smile (จริงๆ)
สำหรับเราที่เลือกมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
แต่จุดมุ่งหมายในชีวิตยังไม่ชัดเจนสักที
เรายังเลือกไม่ได้เลยว่าเราอยากเรียนอะไรกันแน่
เวลามันก็ผ่านไปเรื่อยๆ จริงๆ


สงกรานต์นี้เล่นได้แต่ในบล๊อก อิอิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ confused smile

#1 By HoRo ... ll on 2009-04-14 22:02