@ 237 - - Ticket
posted on 02 Mar 2008 18:02 by pa-tong in Song
Ticket - Ost. รักแห่งสยาม
+++
"เคยได้ยินใช่ไหม ว่าที่นึง ถ้าไปถึงเราจะมีทุกอย่าง ..."
Ticket (N.Ct) a small, official piece of paper or card which
shows that you have paid to enter a place such as a theatre
or a sports ground, or shows that you have paid for a journey.
Colins COBUILD Dictionary
ตั๋ว น. บัตรบางอย่างที่แสดงสิทธิของผู้ใช้ เช่น ตั๋วรถ ตั๋วหนัง. (จ.). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ตั๋ว มีไว้เดินทาง และ ทาง มีไว้ให้เดิน "ทุกๆ คน" ต่างก้าวไปยังสิ่งที่เรียกว่า "ปลายทาง"
เพลง ตั๋ว เพลงนี้ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ที่ใครๆ หลายคนดูแล้วติดใจ ผมก็คนหนึ่งเหมือนกัน พอผมได้ทราบว่า อาจารย์จะนำเพลงนี้มาออกข้อสอบให้วิจารณ์เพลง ผมยิ่งดีใจใหญ่
(ถึงแม้ว่า จะออกสอบไปเป็นเพลง "คืนอันเป็นนิรันดร์" ก็ตาม) เพลงนี้ ร้องโดย ผู้กำกับของหนังเรื่องนี้ นำมาเป็นเพลงเปิดเรื่อง บอกถึงเรื่องราวการเดินทางในเวลาที่ผ่านไป ของตัวละครในเรื่องแต่ละคน...
เพลงนี้ กล่าวถึง การเดืนทางในชีวิตของคน ที่ทุกคน ต่างบอกเล่าต่อๆ กันมาว่า ถ้ามี "ตั๋ว" ใบนี้แล้ว จะสามารถไปยัง "ปลายทาง" ได้ ซึ่งที่ "ปลายทาง" นั้น จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ เฝ้ารอเราอยู่
ความสุข ความหวัง อะไรก็แล้วแต่ แต่ทว่า ทุกคนต่างบอกเป็นคำเดียวกันคือ คนที่ไปที่นั่น .. ไม่เคยมีใครกลับมาซักคน ตัวเอกของเพลง หรือ ผู้ร้อง มีความต้องการ อยากรู้อยากเห็น ว่าที่นั่นเป็นอย่างไร จึงยอมทำทุกอย่าง
จ่ายหมดทั้งชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งตัว แต่แล้ว สิ่งที่เขาจ่ายไป ก็ถูกตีกลับคืน พร้อมกับคำจากปากของคนที่ส่งตั๋วกลับมา ว่า ตั๋วใบนี้ไม่ได้มีสำหรับเขา ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีสิทธิได้เท่าเทียมกัน แต่ว่า "รถขบวนนี้" ไม่ได้มี "ที่"ให้กับเขา
ในเมื่อเขาไม่สามารถได้ตั๋วใบนั้นมา แต่เขาเห็นทางเดินข้างหน้า เขาจึงเดินไปบนทางนั้น ถึงแม้ว่าจะเดินไปด้วยเท้าทั้งสองข้าง จะเจ็บ จะร้อน จะหนาว จะทรมานซักเท่าใด เขาก็ไม่หวั่น ในที่สุด เขาก็ได้เห็น"แสง" ส่องสว่างที่"ปลายทาง"ข้างหน้าเขา
เขาจึงตะเกียกตะกายไป .. เมื่อไปถึงที่แสงส่อง เขากลับไม่พบอะไร ... เขาจึงเดินกลับมายังทางที่เขาเดินไป เมื่อเขากลับไปถึง คนที่รอเขาอยู่ที่ที่เขาจาก คือคนที่ส่งของคืนเขา .. คนที่บอกเขา ว่า ตั๋วใบนี้ ไม่ได้มีสำหรับเขา
เพลงจบลง ตรงที่สุดท้าย เขาได้แต่นั่งมองทุกคน ได้ขึ้นขบวนรถไฟที่เขาอยากขึ้น ไปทีละคน ไม่มีใคร ที่ไปแล้วกลับมาซักคน ...
เพลงนี้ ถ้าฟังดูผิวเผิน อาจจะไม่มีอะไรมาก ทุกคน อาจจะเข้าใจว่า ตั๋วใบนี้ ไม่ได้เหมาะกับเขา ทำอย่างไรได้ ก็เดินไป แต่ในเมื่อไม่เหมาะ ดันทุรังไปเท่านั้น
ถูกแล้วครับ เพลงนึ้ พูดถึงความฝัน ที่ไม่สมหวัง แต่อะไร ที่ทำให้ไม่สมหวังหล่ะ ??
คำตอบได้ตอบในเพลงนี้แล้วครับ คนที่ส่งตั๋วคืน เป็นเหมือนกับคำเตือนขั้นแรก ว่าไม่เหมาะ ที่จะเดินทางต่อไป .. ยิ่งดันทุรังไป ก็ไม่พบเจอปลางทางซักที...
แล้วอะไรที่เป็นตัวตัดสินว่ามันไม่เหมาะหล่ะ ??
คำตอบก็ง่ายมากครับ อยู่ที่ประโยคแรกของเพลงเลย ที่ "เขา" บอกกันว่า "เคยได้ยินใช่ไหม..." 5 คำนี้ มีความหมายครับ เป็น 5 คำที่เป็นประโยคบอกเล่า และเป็น 5 คำ ที่แสดงว่า ทุกคนเคยได้รับฟังเรื่องของ "ตั๋ว"
ทุกคน ต่างยอมรับในเรื่องของ "ตั๋ว"
ทุกคน = สังคม
เราจะสรุปได้ว่า สังคม ยอมรับ สิ่งที่เรียกว่า "ตั๋ว"
ถ้ามี "ตั๋ว" เราก็จะไปกับรถขบวนนี้ได้
ถ้ามี "ตั๋ว" เราก็จะได้รับการยอมรับ ขึ้นรถขบวนนี้ได้...
บางที ในเมื่อ "ตั๋ว" มันไม่ได้มีสำหรับเรา เราอาจจะเดินไปด้วยเท้าก็ได้นี่ ใครๆ ก็บอกกัน "ไม่ต้องง้อตั๋วก็ได้"
แล้วถ้าเดินไปแล้ว เราไม่เห็นปลายทางเลยหล่ะ ??
เราจะกลับมาที่เดิม หรือว่าจะเดินต่อไป
ธรรมชาติของมนุษย์ได้บอกไว้แล้วครับ ว่าจะกลับมาที่เดิม ที่ ที่ยังพอมี "แสง" เขาจึงเลือกที่จะเดินกลับมา
แล้วอะไร คือ "ปลายทาง" หล่ะ
ปลายทาง สิ่งที่ทุกคน อยากไป ...
ลาภ ยศ การสรรเสริญ หรือว่า ความรัก ??
"ปลายทาง" ในที่นี้ เป็นไปได้หมดทุกอย่างครับ
ในสังคมปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างยอมรับแล้ว ว่า ลาภ ยศ การสรรเสริญ สามารถให้ความสุข ความฝัน กำลังใจ กับเราได้ ไม่เฉพาะแค่หัวใจเท่านั้น
เราหาได้รู้ไม่ ว่าสิ่งที่คนร้องต้องการที่ปลายทางคืออะไร และ ปลายทางของเขา คืออะไร
ตอนนี้ เราได้ 3 คำ คือ "ตั๋ว" "ทางเดิน" "ปลายทาง"
ถ้าดูในเพลงแล้ว เราเหลืออีก 3 คำเช่นกัน คือ "ฉัน" "คนที่คืนตั๋ว" และ "ขบวนรถไฟ"
คำว่า "ทาง" และ "ปลายทาง" บ่งบอกถึงระยะทางครับ
เป็นเส้นทางที่จะเดินไป เราจะเลือกเดินไป ด้วยกำลังตัวเองก็ได้
แต่เดี๋ยวนี้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต่างต้องการคือ "ความสบาย" จึงประดิษฐ์ "รถ" ขึ้น
ครับ "ขบวนรถไฟ" ในเพลงนี้จึงหมายถึง ความสบาย
เราจะเลือกเดินทางไปอย่างสบาย กับ ขบวนรถไฟ หรือว่าจะเดินเท้าเปล่าไปดีหล่ะ ??
แน่นอนว่า ทุกคนคงเลือกที่จะสบายครับ
ไม่มีคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เสมอไปหรอกครับ
แต่ใช่ว่าเพลงนี้ จะหมายถึง ขบวนรถไฟ คือ ทางลัดเสมอไป
"รถขบวนนี้ ไม่มีที่สำหรับฉัน.."
ผมจำประโยคนี้ได้แม่น มันไม่ได้หมายถึงทางลัดเสมอไปครับ
อาจจะหมายถึงสังคม ที่ไม่มี"ที่ว่าง" ให้กับคนที่ "ไม่เหมาะสม" ก็เป็นได้
เพราะทุกคน ต่างยอมรับใน "ปลายทาง" และ "ตั๋ว" ว่ามีจริง และสามารถนำไปใช้กับตัวเขาได้
และแน่นอน ว่า "รถไฟขบวนนี้" ก็เช่นกัน
ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามอีกครั้ง ว่า "คนที่คืนตั๋ว" เป็นใคร ทำไมถึงได้ทำร้าย "ฉัน" ถึงขนาดนี้
"ตั๋ว" สิ่งที่ทุกคนต้องการ และ เป็นสิ่งที่ยอมรับโดยสังคม การให้ตั๋ว ก็ต้องถูกยอมรับด้วย ว่า เขาคนนั้น เหมาะสมที่จะได้รับตั๋วไป เพื่อขึ้นรถไฟขบวนนั้น ไปยังปลายทาง
ดังนั้น "คนที่คืนตั๋ว" ก็เป็นคนที่ทำหน้าที่ "ตัดสิน" ว่า คนคนนั้น เหมาะที่จะไปกับรถขบวนนี้หรือเปล่า
เหมาะที่จะไปกับสังคมนี้หรือเปล่า
ถ้าเปรียบกับ เดอะสตาร์ คนที่คืนตั๋ว คงไม่ต่างอะไรจาก คอมเม้นเตเตอร์ปากจัดทั้ง 3 คน ที่มาคัดคนตั้งแต่แรก
ถ้าเปรียบกับ โรงเรียน ก็คงเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง ที่ทำหน้าที่ตัดสิน ว่าความผิดที่เด็กทำ มันสมควร หรือไม่สมควร
ในที่สุด "คนที่คืนตั๋ว" ก็ไม่ต่างอะไรจากสภาพแวดล้อมภายนอก ที่เป็นปัจจัยในการตัดสินในการอยู่ร่วมกันในสังคม
ถ้าคุณ ไม่เหมาะสมกับที่นี่ ทุกคนไม่ยอมรับคุณ คุณก็ไม่ควรได้ตั๋ว ...
สุดท้าย คนที่ได้รับผลกระทบ และบอบช้ำที่สุดในเพลงนี้
"ฉัน" เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความกระหาย อยากรู้ อยากลอง ...
ผมฟังเพลงนี้ไปสิบรอบ จับประเด็นได้ว่า "ฉัน" ก็ไม่ต่างอะไรไปจากวัยรุ่นทั่วไป ที่มีความอยากรู้อยากเห็น ว่าสิ่งที่เรียกว่า "ปลายทาง" คืออะไร ถึงแม้ว่า เขาจะไม่ได้ให้ตั๋วมา ก็ยังดันทุรังต่อไป
โดยเชื่อว่า ซักวัน จะได้พบเจอปลายทาง
ความเชื่อ มันไม่ได้มีจริงเสมอไป และบางที ความเชื่อ ก็จบลงอย่างรวดเร็ว
ความพยายามของฉัน หมดลงตั้งแต่ที่ผิดหวังครั้งแรก ไม่ต่างอะไรไปจากวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยอ้างว่า หาสิ่งใหม่ๆ ทำเสมอ...
ผมเกิดคำถามกับตัว "ฉัน" ขึ้นสองข้อ
1. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขายังไม่หวั่น ทนต่อไป เดินต่อไปยังปลายทางอีก
2. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาเกิดคิดขโมยตั๋วเดินทางของชาวบ้าน เพื่อไปยังปลายทางหล่ะ สังคมจะทำอย่างไร
ถ้า เขาไม่หวั่น เดินไปต่อไป ก็คงไม่เกิดเพลงนี้ขึ้น
แล้วถ้าเขาแอบไป ตบกระเป๋าชาวบ้าน ขโมยตั๋วใบนี้มา ถึงแม้ว่าเขาจะได้ขึ้นขบวนรถไฟไป เขาก็ขึ้นไปแต่ตัว ส่วนชื่อ และสิ่งภายนอก ก็เป็นของเจ้าของตั๋วที่เอามา ...
"ฉัน" ถูกเหยียบย่ำอีกครั้ง เมื่อเดินกลับมาทางเดิม ไปเจอคนหน้าเดิมๆ ที่บอกย้ำๆ ซ้ำๆ กับเขา ว่าเขาไปไม่ได้หรอก "ปลางทาง" ที่เขามีกัน ไม่ได้มีให้ "ฉัน" หรอก ...
สุดท้าย "ฉัน" ก็ได้แต่มานั่ง โอดครวญ เฝ้ามองดูคนอื่นได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ต่อไป ...
Ticket เป็นตั๋ว หรือ บัตรผ่าน ที่สังคมมอบให้ กับ คนที่ได้รับการยอมรับ เท่านั้น และ ปลายทางของทุกคน ที่ทุกคนยอมรับกัน อาจจะไม่ใช่ปลายทาง ของ "ฉัน" ก็ได้ เปรียบดั่งชีวิตของคน ที่เดินทางไปเรื่อยๆ
บ้างเห็นปลายทางของตน บ้างไม่เห็น มีบางครั้ง ที่เส้นทางของคน ได้มาทับตัดขวางกัน ทำให้เจอกันบนบางช่วงของชีวิต และมีบาครั้ง ที่เส้นทางสองเส้นทาง ต่างขนานไป ไม่มีวันได้เจอกันซักที สำหรับ "ฉัน" ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นปลายทางในเส้นทางสายนี้
แต่เขาก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมายังที่ ที่จากมา ทบทวนสิ่งต่างๆ แล้วเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเอง ไม่ใช่หรือ ??? เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องไปทาง ที่ทุกคนเขาไปกันก็ได้
บางที ถ้าลองไปรถขบวนอื่น หรือเส้นทางสายอื่น ก็อาจจะมีที่ว่างให้เราได้เดินไปก็ได้ ...
+++
+++
"เคยได้ยินใช่ไหม ว่าที่นึง ถ้าไปถึงเราจะมีทุกอย่าง ..."
Ticket (N.Ct) a small, official piece of paper or card which
shows that you have paid to enter a place such as a theatre
or a sports ground, or shows that you have paid for a journey.
Colins COBUILD Dictionary
ตั๋ว น. บัตรบางอย่างที่แสดงสิทธิของผู้ใช้ เช่น ตั๋วรถ ตั๋วหนัง. (จ.). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ตั๋ว มีไว้เดินทาง และ ทาง มีไว้ให้เดิน "ทุกๆ คน" ต่างก้าวไปยังสิ่งที่เรียกว่า "ปลายทาง"
เพลง ตั๋ว เพลงนี้ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ที่ใครๆ หลายคนดูแล้วติดใจ ผมก็คนหนึ่งเหมือนกัน พอผมได้ทราบว่า อาจารย์จะนำเพลงนี้มาออกข้อสอบให้วิจารณ์เพลง ผมยิ่งดีใจใหญ่
(ถึงแม้ว่า จะออกสอบไปเป็นเพลง "คืนอันเป็นนิรันดร์" ก็ตาม) เพลงนี้ ร้องโดย ผู้กำกับของหนังเรื่องนี้ นำมาเป็นเพลงเปิดเรื่อง บอกถึงเรื่องราวการเดินทางในเวลาที่ผ่านไป ของตัวละครในเรื่องแต่ละคน...
เพลงนี้ กล่าวถึง การเดืนทางในชีวิตของคน ที่ทุกคน ต่างบอกเล่าต่อๆ กันมาว่า ถ้ามี "ตั๋ว" ใบนี้แล้ว จะสามารถไปยัง "ปลายทาง" ได้ ซึ่งที่ "ปลายทาง" นั้น จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ เฝ้ารอเราอยู่
ความสุข ความหวัง อะไรก็แล้วแต่ แต่ทว่า ทุกคนต่างบอกเป็นคำเดียวกันคือ คนที่ไปที่นั่น .. ไม่เคยมีใครกลับมาซักคน ตัวเอกของเพลง หรือ ผู้ร้อง มีความต้องการ อยากรู้อยากเห็น ว่าที่นั่นเป็นอย่างไร จึงยอมทำทุกอย่าง
จ่ายหมดทั้งชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งตัว แต่แล้ว สิ่งที่เขาจ่ายไป ก็ถูกตีกลับคืน พร้อมกับคำจากปากของคนที่ส่งตั๋วกลับมา ว่า ตั๋วใบนี้ไม่ได้มีสำหรับเขา ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีสิทธิได้เท่าเทียมกัน แต่ว่า "รถขบวนนี้" ไม่ได้มี "ที่"ให้กับเขา
ในเมื่อเขาไม่สามารถได้ตั๋วใบนั้นมา แต่เขาเห็นทางเดินข้างหน้า เขาจึงเดินไปบนทางนั้น ถึงแม้ว่าจะเดินไปด้วยเท้าทั้งสองข้าง จะเจ็บ จะร้อน จะหนาว จะทรมานซักเท่าใด เขาก็ไม่หวั่น ในที่สุด เขาก็ได้เห็น"แสง" ส่องสว่างที่"ปลายทาง"ข้างหน้าเขา
เขาจึงตะเกียกตะกายไป .. เมื่อไปถึงที่แสงส่อง เขากลับไม่พบอะไร ... เขาจึงเดินกลับมายังทางที่เขาเดินไป เมื่อเขากลับไปถึง คนที่รอเขาอยู่ที่ที่เขาจาก คือคนที่ส่งของคืนเขา .. คนที่บอกเขา ว่า ตั๋วใบนี้ ไม่ได้มีสำหรับเขา
เพลงจบลง ตรงที่สุดท้าย เขาได้แต่นั่งมองทุกคน ได้ขึ้นขบวนรถไฟที่เขาอยากขึ้น ไปทีละคน ไม่มีใคร ที่ไปแล้วกลับมาซักคน ...
เพลงนี้ ถ้าฟังดูผิวเผิน อาจจะไม่มีอะไรมาก ทุกคน อาจจะเข้าใจว่า ตั๋วใบนี้ ไม่ได้เหมาะกับเขา ทำอย่างไรได้ ก็เดินไป แต่ในเมื่อไม่เหมาะ ดันทุรังไปเท่านั้น
ถูกแล้วครับ เพลงนึ้ พูดถึงความฝัน ที่ไม่สมหวัง แต่อะไร ที่ทำให้ไม่สมหวังหล่ะ ??
คำตอบได้ตอบในเพลงนี้แล้วครับ คนที่ส่งตั๋วคืน เป็นเหมือนกับคำเตือนขั้นแรก ว่าไม่เหมาะ ที่จะเดินทางต่อไป .. ยิ่งดันทุรังไป ก็ไม่พบเจอปลางทางซักที...
แล้วอะไรที่เป็นตัวตัดสินว่ามันไม่เหมาะหล่ะ ??
คำตอบก็ง่ายมากครับ อยู่ที่ประโยคแรกของเพลงเลย ที่ "เขา" บอกกันว่า "เคยได้ยินใช่ไหม..." 5 คำนี้ มีความหมายครับ เป็น 5 คำที่เป็นประโยคบอกเล่า และเป็น 5 คำ ที่แสดงว่า ทุกคนเคยได้รับฟังเรื่องของ "ตั๋ว"
ทุกคน ต่างยอมรับในเรื่องของ "ตั๋ว"
ทุกคน = สังคม
เราจะสรุปได้ว่า สังคม ยอมรับ สิ่งที่เรียกว่า "ตั๋ว"
ถ้ามี "ตั๋ว" เราก็จะไปกับรถขบวนนี้ได้
ถ้ามี "ตั๋ว" เราก็จะได้รับการยอมรับ ขึ้นรถขบวนนี้ได้...
บางที ในเมื่อ "ตั๋ว" มันไม่ได้มีสำหรับเรา เราอาจจะเดินไปด้วยเท้าก็ได้นี่ ใครๆ ก็บอกกัน "ไม่ต้องง้อตั๋วก็ได้"
แล้วถ้าเดินไปแล้ว เราไม่เห็นปลายทางเลยหล่ะ ??
เราจะกลับมาที่เดิม หรือว่าจะเดินต่อไป
ธรรมชาติของมนุษย์ได้บอกไว้แล้วครับ ว่าจะกลับมาที่เดิม ที่ ที่ยังพอมี "แสง" เขาจึงเลือกที่จะเดินกลับมา
แล้วอะไร คือ "ปลายทาง" หล่ะ
ปลายทาง สิ่งที่ทุกคน อยากไป ...
ลาภ ยศ การสรรเสริญ หรือว่า ความรัก ??
"ปลายทาง" ในที่นี้ เป็นไปได้หมดทุกอย่างครับ
ในสังคมปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างยอมรับแล้ว ว่า ลาภ ยศ การสรรเสริญ สามารถให้ความสุข ความฝัน กำลังใจ กับเราได้ ไม่เฉพาะแค่หัวใจเท่านั้น
เราหาได้รู้ไม่ ว่าสิ่งที่คนร้องต้องการที่ปลายทางคืออะไร และ ปลายทางของเขา คืออะไร
ตอนนี้ เราได้ 3 คำ คือ "ตั๋ว" "ทางเดิน" "ปลายทาง"
ถ้าดูในเพลงแล้ว เราเหลืออีก 3 คำเช่นกัน คือ "ฉัน" "คนที่คืนตั๋ว" และ "ขบวนรถไฟ"
คำว่า "ทาง" และ "ปลายทาง" บ่งบอกถึงระยะทางครับ
เป็นเส้นทางที่จะเดินไป เราจะเลือกเดินไป ด้วยกำลังตัวเองก็ได้
แต่เดี๋ยวนี้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต่างต้องการคือ "ความสบาย" จึงประดิษฐ์ "รถ" ขึ้น
ครับ "ขบวนรถไฟ" ในเพลงนี้จึงหมายถึง ความสบาย
เราจะเลือกเดินทางไปอย่างสบาย กับ ขบวนรถไฟ หรือว่าจะเดินเท้าเปล่าไปดีหล่ะ ??
แน่นอนว่า ทุกคนคงเลือกที่จะสบายครับ
ไม่มีคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เสมอไปหรอกครับ
แต่ใช่ว่าเพลงนี้ จะหมายถึง ขบวนรถไฟ คือ ทางลัดเสมอไป
"รถขบวนนี้ ไม่มีที่สำหรับฉัน.."
ผมจำประโยคนี้ได้แม่น มันไม่ได้หมายถึงทางลัดเสมอไปครับ
อาจจะหมายถึงสังคม ที่ไม่มี"ที่ว่าง" ให้กับคนที่ "ไม่เหมาะสม" ก็เป็นได้
เพราะทุกคน ต่างยอมรับใน "ปลายทาง" และ "ตั๋ว" ว่ามีจริง และสามารถนำไปใช้กับตัวเขาได้
และแน่นอน ว่า "รถไฟขบวนนี้" ก็เช่นกัน
ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามอีกครั้ง ว่า "คนที่คืนตั๋ว" เป็นใคร ทำไมถึงได้ทำร้าย "ฉัน" ถึงขนาดนี้
"ตั๋ว" สิ่งที่ทุกคนต้องการ และ เป็นสิ่งที่ยอมรับโดยสังคม การให้ตั๋ว ก็ต้องถูกยอมรับด้วย ว่า เขาคนนั้น เหมาะสมที่จะได้รับตั๋วไป เพื่อขึ้นรถไฟขบวนนั้น ไปยังปลายทาง
ดังนั้น "คนที่คืนตั๋ว" ก็เป็นคนที่ทำหน้าที่ "ตัดสิน" ว่า คนคนนั้น เหมาะที่จะไปกับรถขบวนนี้หรือเปล่า
เหมาะที่จะไปกับสังคมนี้หรือเปล่า
ถ้าเปรียบกับ เดอะสตาร์ คนที่คืนตั๋ว คงไม่ต่างอะไรจาก คอมเม้นเตเตอร์ปากจัดทั้ง 3 คน ที่มาคัดคนตั้งแต่แรก
ถ้าเปรียบกับ โรงเรียน ก็คงเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง ที่ทำหน้าที่ตัดสิน ว่าความผิดที่เด็กทำ มันสมควร หรือไม่สมควร
ในที่สุด "คนที่คืนตั๋ว" ก็ไม่ต่างอะไรจากสภาพแวดล้อมภายนอก ที่เป็นปัจจัยในการตัดสินในการอยู่ร่วมกันในสังคม
ถ้าคุณ ไม่เหมาะสมกับที่นี่ ทุกคนไม่ยอมรับคุณ คุณก็ไม่ควรได้ตั๋ว ...
สุดท้าย คนที่ได้รับผลกระทบ และบอบช้ำที่สุดในเพลงนี้
"ฉัน" เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความกระหาย อยากรู้ อยากลอง ...
ผมฟังเพลงนี้ไปสิบรอบ จับประเด็นได้ว่า "ฉัน" ก็ไม่ต่างอะไรไปจากวัยรุ่นทั่วไป ที่มีความอยากรู้อยากเห็น ว่าสิ่งที่เรียกว่า "ปลายทาง" คืออะไร ถึงแม้ว่า เขาจะไม่ได้ให้ตั๋วมา ก็ยังดันทุรังต่อไป
โดยเชื่อว่า ซักวัน จะได้พบเจอปลายทาง
ความเชื่อ มันไม่ได้มีจริงเสมอไป และบางที ความเชื่อ ก็จบลงอย่างรวดเร็ว
ความพยายามของฉัน หมดลงตั้งแต่ที่ผิดหวังครั้งแรก ไม่ต่างอะไรไปจากวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยอ้างว่า หาสิ่งใหม่ๆ ทำเสมอ...
ผมเกิดคำถามกับตัว "ฉัน" ขึ้นสองข้อ
1. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขายังไม่หวั่น ทนต่อไป เดินต่อไปยังปลายทางอีก
2. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาเกิดคิดขโมยตั๋วเดินทางของชาวบ้าน เพื่อไปยังปลายทางหล่ะ สังคมจะทำอย่างไร
ถ้า เขาไม่หวั่น เดินไปต่อไป ก็คงไม่เกิดเพลงนี้ขึ้น
แล้วถ้าเขาแอบไป ตบกระเป๋าชาวบ้าน ขโมยตั๋วใบนี้มา ถึงแม้ว่าเขาจะได้ขึ้นขบวนรถไฟไป เขาก็ขึ้นไปแต่ตัว ส่วนชื่อ และสิ่งภายนอก ก็เป็นของเจ้าของตั๋วที่เอามา ...
"ฉัน" ถูกเหยียบย่ำอีกครั้ง เมื่อเดินกลับมาทางเดิม ไปเจอคนหน้าเดิมๆ ที่บอกย้ำๆ ซ้ำๆ กับเขา ว่าเขาไปไม่ได้หรอก "ปลางทาง" ที่เขามีกัน ไม่ได้มีให้ "ฉัน" หรอก ...
สุดท้าย "ฉัน" ก็ได้แต่มานั่ง โอดครวญ เฝ้ามองดูคนอื่นได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ต่อไป ...
Ticket เป็นตั๋ว หรือ บัตรผ่าน ที่สังคมมอบให้ กับ คนที่ได้รับการยอมรับ เท่านั้น และ ปลายทางของทุกคน ที่ทุกคนยอมรับกัน อาจจะไม่ใช่ปลายทาง ของ "ฉัน" ก็ได้ เปรียบดั่งชีวิตของคน ที่เดินทางไปเรื่อยๆ
บ้างเห็นปลายทางของตน บ้างไม่เห็น มีบางครั้ง ที่เส้นทางของคน ได้มาทับตัดขวางกัน ทำให้เจอกันบนบางช่วงของชีวิต และมีบาครั้ง ที่เส้นทางสองเส้นทาง ต่างขนานไป ไม่มีวันได้เจอกันซักที สำหรับ "ฉัน" ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นปลายทางในเส้นทางสายนี้
แต่เขาก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมายังที่ ที่จากมา ทบทวนสิ่งต่างๆ แล้วเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเอง ไม่ใช่หรือ ??? เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องไปทาง ที่ทุกคนเขาไปกันก็ได้
บางที ถ้าลองไปรถขบวนอื่น หรือเส้นทางสายอื่น ก็อาจจะมีที่ว่างให้เราได้เดินไปก็ได้ ...
+++
ขอบคุณอาจารย์ เปรม สวนสมุทร ที่สอนวิธีการวิจารณ์ออกมาครับ
ถึงแม้ว่า จะวิจารณ์ และต่อยอดออกมาได้ไม่ดีเท่าไร
แต่ก็จะฝึกเขียนออกมาให้ดีมากกว่านี้ครับ
ตอนนี้มีทางเลือกในชีวิตอีกทางแล้วสิ

...การเดินทางที่ไม่มีสิ้นสุด
#1 By กวีปิศาจ on 2008-03-02 23:56